จับกุม พ.ร.บ.บุคคลต่างด้าว : ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล.(ลพบุรี)

กล่าวคือ โดยการสั่งการและนโยบายของผู้บังคับบัญชา ของ ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. ให้ออกกวดขันปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท ตลอดจนจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดกฎหมายอาญา ในเขตพื้นที่ จว.ลพบุรี เจ้าพนักงานตำรวจทางหลวงพร้อมกำลังรวม 9 นาย พร้อมรถวิทยุตรวจการณ์หมายเลขข้าง 1301 และ 1315 ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและกวดขันวินัยจราจรตำรวจทางหลวงจังหวัดลพบุรี บริเวณทางหลวงหมายเลข 21 บริเวณ กม.56 ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ต.ห้วยหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี  ตามวันและเวลาที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ มิตซูบิตชิ สี ส้ม หมายเลขทะเบียน ผจ-2263 เพชรบูรณ์ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการลักลอบขนคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองฯ เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงแสดงตัวให้สัญญาณหยุดรถเพื่อตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมหยุดรถ คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าว ได้นายอิทธิศักดิ์ แดงทอง อายุ 61 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1/ทราบชื่อภายหลัง) แสดงตนเป็นผู้ขับขี่  จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้น ซึ่งก่อนทำการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ นายอิทธิศักดิ์ แดงทอง (ผู้ต้องหาที่ 1) ดูจนเป็นที่พอใจ จึงได้ตรวจคันตัวนายอิทธิศักดิ์ฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย และได้ทำการตรวจคันภายในรถยนต์คันดังกล่าว ปรากฏว่าพบผู้ต้องหาที่ 2-4 โดยสารภายในบริเวณห้องโดยสารรถยนต์บรรทุกฯ และบริเวณกระบะบรรทุกของรถคันหมายเลขทะเบียนดังกล่าว สอบถามจากนายอิทธิศักดิ์ฯ รับว่าเป็นบุคคลต่างด้าว จึงได้ให้ผู้ต้องหาที่ 2-4 แสดงเอกสารหลักฐานประจำตัว ตรวจสอบไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนที่ราชการออกให้  จึงได้ตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด จากระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง จากการตรวจสอบปรากฎว่าทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ จากการสอบถามผู้ต้องหาที่ 1 ให้การรับสารภาพว่า วันนี้ (11 ต.ค.66) เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้ต้องหาที่ 4 ได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว พร้อมผู้ต้องหาที่ 2 – 3 มารับผู้ต้องหาที่ 1 บริเวณถนน คชเสนีย์ ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ (ไม่ทราบเลขที่ถนน) เมื่อผู้ต้องหาที่ 4 พร้อมผู้ต้องหาที่ 2-3 ได้มาถึงบริเวณบ้านของผู้ต้องหาที่ 1 จึงได้ติดต่อว่าจ้างให้ผู้ต้องหาที่ 1 ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียนดังกล่าวไปส่งผู้ต้องหาที่ 4 พร้อมพวก ที่บริเวณแยกซอย 12 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี โดยผู้ต้องหาที่ 4 มีค่าตอบแทนให้แก่ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 500 บาทต่อวัน เมื่อได้รับมผู้ต้องหาที่ 2-4 มาแล้ว ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่าได้เดินทางออกจากจังหวัดเพชรบูรณ์ (จังหวัดที่รับตัวบุคคลต่างด้าว) จนมาถึงจังหวัดลพบุรี (จังหวัดที่ถูกจับกุม) ซึ่งหมายเลขทางหลวงที่ใช้การในการลักลอบขนย้ายบุคคลต่างด้าวนั้น ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การว่า ใช้เส้นทางทางหลวงหมายเลข 21  เพื่อไปยังจังหวัดลพบุรีตามเส้นทางดังกล่าว จนกระทั่งมาถึงจุดตรวจป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตำรวจทางหลวงจังหวัดลพบุรีจึงถูกเรียกตรวจสอบ โดยตนนั้นได้กระทำแบบนี้เป็นครั้งแรก เพื่อนำผู้ต้องหาที่ 2-4 ไปส่งตามการว่าจ้างที่ได้ว่าจ้างไว้ ไปยังบริเวณสี่แยกซอย 12 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี สอบถามบุคคลต่างด้าว/ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งสามารถฟังและสนทนาภาษาไทยได้ ให้การยอมรับว่า ผู้ต้องหาที่  2 – 4 ได้เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเข้ามาทำงานรับจ้างทั่วไปในราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับว่าเขาต้องถูกจับ พร้อมทั้งได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับทุกคน ให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวมีความผิด จะต้องถูกจับกุมโดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาที่ 1 “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” ผู้ต้องหาที่ 2 – 4 กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแห่งการจับ และสิทธิ์ของผู้ถูกจับดังกล่าวข้างต้น ให้ผู้ถูกจับทราบ ซึ่งผู้ถูกจับ รับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับข้างต้นแล้วให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและผู้ต้องหาที่ 1 ประสงค์แจ้งให้นางสมมาตร สุวรรณแสง เกี่ยวข้องเป็นภรรยาทราบถึงการจับกุมในครั้งนี้ และได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุม ณ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงชัยบาดาล  หลังจากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงค่อม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป